รถรับจ้าง การขนของขึ้นรถต้องรู้ ทำเมิน ตำรวจจับ

รถรับจ้าง การขนของขึ้นรถต้องรู้ ทำเมิน ตำรวจจับ

รถรับจ้าง การขนของขึ้นรถต้องรู้ ทำเมิน ตำรวจจับ เป็นเรื่องปกติของคนมีรถกระบะ 6 ล้อ 10 ล้อ ที่จะต้องขนของกันบ้างโดยเฉพาะอาชีพพ่อค้าแม่ขาย ที่ต้องซื้อของส่งของกันเป็นประจำ แต่กฎหมายเมืองไทยไม่ได้เปิดให้ขนของกันได้ฟรีสไตล์จึงจำเป็นที่คนขับรถขนของต้องรู้ว่าจะบรรทุกได้เท่าไร ไม่อย่างนั้นตำรวจจับจะหาว่าไม่เตือน สำหรับใครที่ยังไม่มีข้อมูลตรงนี้เราได้รวบรวมข้อมูลไว้ให้แล้ว รับรองครบถ้วนและเป็นไปตามกฎระเบียบแน่นอน ส่วนจะมีอะไรบ้างมาดูกัน

1. บรรทุกท้ายยาวเกินปรับ 1,000 บาท ในกรณีไหนบ้าง?

คงพอได้เห็นรถที่บรรทุกสิ่งของยาวเกินออกมานอกตัวรถกันบ้าง ถ้าเล็กน้อยก็พอทนแต่บางคันยาวมากจนเกรงจะเกิดอันตราย ซึ่งกฎหมายก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยมีกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2552 มาตรา 5 และมาตรา 18 ระบุไว้ว่า รถบรรทุกสิ่งของจะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์นี้ นั่นคือ ด้านหน้าจะต้องไม่ยื่นเกินหม้อหรือกันชน ส่วนด้านหลังยื่นได้ไม่เกิน 2.50 เมตร หากเป็นรถพ่วงด้านหลังต้องยื่นไม่เกิน 2.50 เมตร สำหรับ ความกว้าง บรรทุกได้ไม่เกินความกว้างของรถ ความสูง กรณีที่รถมีความกว้างเกิน 2.30 เมตร บรรทุกสิ่งของสูงไม่เกิน 3.80 เมตร หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ 1,000 บาท

ทั้งนี้ต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันของที่ขนย้าย ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ หรือสิ่งของ ไม่ให้ตกหล่น หรือรั่วไหล ส่งกลิ่น ส่องแสงสะท้อน หรือ ปลิวไปจากรถ จนก่อให้เกิดความเสียหายได้ กรณีบรรทุกของยื่นเกินความยาวของตัวรถ หากเป็นเวลากลางวันจะต้องติดธงสีแดงเรืองแสงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 30 ซม. ยาว 45 ซม. ไว้ที่ตอนปลายสุดของสิ่งที่บรรทุก หากเป็นเวลากลางคืนหรือในเวลาที่ไม่สามารถมองเห็นได้ในระยะ 150 เมตร ก็ต้องติดไฟสัญญาณสีแดงที่มองเห็นชัดเจนได้ในระยะ 150 ม. หากคนขับไม่ทำก็มีสิทธิ์ถูกจับปรับ 1 พันบาทได้เช่นกันเพราะถือว่าทำผิดกฎหมาย

2. เปิดกระบะท้ายขนของแล้วจะโดนตำรวจจับไหม?

หากเปิดกระบะท้ายขนของแล้วติดธงแดงอย่างถูกต้อง แบบนี้ไม่ผิดกฎหมายแน่นอน แต่บางพื้นที่อาจเป็นที่ดุลยพินิจของตำรวจ ทางที่ดีเพื่อความปลอดภัยไม่บรรทุกแบบเปิดกระบะท้ายดีที่สุด

3. ขนเหล้าเบียร์ได้แค่ไหน เพื่อป้องกันการโดนจับ

สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาวๆ หลายคนอาจซื้อเหล้าเบียร์ตุนกันไปดื่มฉลองมากมาย หรือบางทีแม่ค้าพ่อค้าก็ซื้อไปขาย แต่ไม่ใช่ว่าจะบรรทุกได้ตามใจ เพราะพ.ร.บ. สุรา พ.ศ. 2493 ในมาตราที่ 14 ระบุว่า “ห้ามมิให้ทําการขนสุราตั้งแต่ 10 ลิตรขึ้นไป เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตขนสุรา จากเจ้าพนักงานสรรพสามิต หรือกรณีขนสุราเข้ามาในราชอาณาจักรจากเจ้าพนักงาน ศุลกากร หรือเป็นสุราชนิดที่ได้มีกฎกระทรวงยกเว้นให้ทําการขนได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตขนสุรา ซึ่งผู้ที่ได้รับใบอนุญาตต้องนำใบอนุญาตขนสุรากํากับไปกับสุราที่ขนด้วย”

นอกจากนี้ตามมาตราที่ 15 ระบุไว้ว่า “ผู้ใดทําการขนสุราที่ทําในราชอาณาจักรเกินกว่า 1 ลิตรแต่ไม่ถึง 10 ลิตรเข้าใน หรือออกนอกเขตท้องที่ที่กําหนดในกฎกระทรวงจะต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานสรรพสามิต โดยใช้บังคับกรณีผู้โดยสารทําการขนสุราโดยยานพาหนะสาธารณะที่รับส่งคนโดยสารเป็นปกติผ่านเขตท้องที่ที่กําหนดนั้น หรือเป็นสุราชนิดที่ได้มีกฎกระทรวงยกเว้นให้ทําการขนได้โดยไม่ต้อง มีใบอนุญาตขนสุรา” สรุปคือเราไม่สามารถขนเหล้าเบียร์ขึ้นรถไว้เกิน 10 ลิตรได้ นั่นเอง ถ้าจะขนสุราในปริมาณ 10 ลิตร หรือเกินกว่านั้น จะต้องมีใบอนุญาตขนสุราจากเจ้าพนักงานก่อน แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เมาไม่ขับเด็ดขาด

4. หากดัดแปลงต่อเติมเพิ่มตะแกรงเหล็กกระบะ ทำได้ไหม?

หากเจ้าของรถดัดแปลงตัวรถกระบะ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดจากรายการที่จดทะเบียน ไม่ว่าจะเป็น ติดตะแกรงเหล็กเสริมรั้วกระบะข้าง ติดตั้งโครงเหล็กตะแกรงบนหลังคา แบบนี้ต้องนำเข้าตรวจสภาพ แล้วแจ้งแก้ไข ณ สำนักงานขนส่งที่รถจดทะบียนก่อนนำรถไปใช้งานเพื่อจะได้ตรวจสอบว่ามีความแข็งแรงปลอดภัยหรือไม่ เนื่องจากการแก้ไขดัดแปลงดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายและเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้จะต้องไม่เป็นการติดตั้งเพื่อใช้บรรทุกสิ่งของให้ได้ปริมาณมากขึ้น แต่ถ้าเจ้าของรถรายใดทำการแก้ไขดัดแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้โดยมิได้แจ้งต่อนายทะเบียน ก็จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 12 ประกอบการมาตรา 60 มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ฐานแก้ไขดัดแปลงรถได้