บริการด้านอาหาร ชนิดอาหารที่ควรจัดให้ผู้สูงอายุรับประทาน ประกอบด้วย

บริการด้านอาหาร ชนิดอาหารที่ควรจัดให้ผู้สูงอายุรับประทาน ประกอบด้วย

บริการด้านอาหาร ชนิดอาหารที่ควรจัดให้ผู้สูงอายุรับประทาน ประกอบด้วย ผู้สูงอายุมีความต้องการปริมาณอาหารลดน้อยลง ตาความต้องการสารอาหารอื่น ๆ ยังคงเท่าเดิม ดังนั้นอาหารของผู้สูงอายุควรจัดให้มีปริมาณและคุณภาพเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย คือ มีสารอาหรครบ 5 หมู่ และควรได้รับสารอาหารที่สมดุลตามสัดส่วนที่สอดคล้องกับความต้องการของร่างกายของผู้สูงอายุ

1. เนื้อสัตว์ ไข่ นมและถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ เนื้อสัตว์ควรทำให้สะดวกต่อการเคี้ยว เช่น สับให้ละเอียดหรือต้มให้เปื่อย อาหารปลาเหมาะสมมากสำหรับผู้สูงอายุ แต่ควรนำก้างออกให้หมดตามปกติควรให้ผู้สูงอายุได้บริโภคเนื้อสัตว์ ประมาณวันละ 120-160 กรัม (น้ำหนักขณะดิบ) ปริมาณนี้จะลดลงได้ถ้ามีการบริโภคไข่ ถั่วหรือนมอีก ในผู้สูงอายุที่ไม่มีปัญหาเรื่องไขมันในเลือดสูง ควรบริโภคไข่ สัปดาห์ละ 3-4 ฟอง โดยต้มหรือทอดจนสุกหรือผสมลงในกับข้าว ถ้าผู้สูงอายุมีปัญหาเรื่องไขมันในเลือดสูง ควรเลือกกินเฉพาะไข่ขาวเท่านั้น หรือน้ำหนักตัวมากอาจดื่มนมพร่องมันเนย หรือนมถั่วเหลืองแทนได้

2. ข้าวแป้ง ธัญพืชและน้ำตาล เป็นอาหารที่ให้พลังงานเป็นส่วนใหญ่ ผู้สูงอายุควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะไม่ควรบริโภคมากเกินไป

3. ผักต่าง ๆ เป็นอาหารที่ผู้สูงอายุเลือกกินได้ค่อนข้างมาก เพราะผักเป็นอาหารที่อุดมด้วยวิตามินและเร่ธาตุ ทั้งผักสีเขียว และสีเหลือง เป็นแหล่งของวิตามินเอ วิตามินซี เป็นต้น ผู้สูงอายุควรเลือกบริโภคผักหลาย ๆ ชนิดสลับกัน แต่ควรเป็นผักที่ต้มสุกหรือนึ่งจนสุกนุ่ม ไม่ควรบริโภคผักดิบ เพราะย่อยยาก และทำให้เกิดแก๊ส ท้องอืด ท้องเฟ้อได้

4. ผลไม้ต่าง ๆ ผลไม้เป็นอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายคล้ายกับอาหารหมู่ที่ 3 มีวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย และยังมีรสหวานหอม มีปริมาณของน้ำอยู่มาก ทำให้ร่างกายสดชื่นเมื่อได้กินผลไม้ ผู้สูงอายุสามารถบริโภคผลไม้ได้ทุกชนิดและควรบริโภคทุกวัน เพื่อให้ได้วิตามินซีและเส้นใยอาหารควรเลือกผลไม้ที่มีเนื้อนุ่ม เคี้ยวง่าย ได้แก่ มะละกอ กล้วยสุก ส้ม ผลไม้คั้น วันละ 1-2 ครั้ง ยกเว้นผู้ที่อ้วนมากหรือเป็นเบาหวาน ไม่ควรบริโภคผลไม้ที่มีรสหวานจัดมากนัก เช่น ลำไย ทุเรียน ขนุน น้อยหน่า

5. ไขมันจากสัตว์ และพืช อาหารหมู่นี้ให้พลังงานแก่ร่างกาย และช่วยดูดซึมวิตามินบางชนิดแม้ว่าจะมีความสำคัญ แต่ก็ไม่ควรบริโภคมากเพราะจะทำให้อ้วนและเกิดภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ นอกจากนี้อาหารไขมันยังทำให้มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อหลังอาหาร การบริโภคควรใช้น้ำมันพืชที่มีกรดลิโนเลอิกนากรปรุงอาหาร เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว หลีกเลี่ยงการใช้ไขมันจากสัตว์และน้ำมันมะพร้าว ดังแสดงในตารางที่ 2.18
หลักการเตรียมอาหารสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ดูแลหรือผู้ใกล้ชิดกับผู้สูงอายุควรดูแลเรื่องของอาหารเพื่อให้ได้อาหารที่มีคุณค่าครบถ้วน โดยปฏิบัติ ดังนี้

6. ลดปริมาณอาหารแต่ละมื้อ และเพิ่มมื้ออาหารได้มากขึ้น เช่นจากวันละ 3 มื้อ เป็น 5 มื้อ โดยแต่ละมื้อให้บริโภคจำนวนน้อยลง เพื่อแก้ปัญหาแน่นท้องหลังรับประทานอาหาร

7. บริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ และควรดื่มนมทุกวัน วันละ 1-2 แก้ว
การประกอบอาหารควรดัดแปลงให้มีลักษณะที่สามารถเคี้ยวได้ง่าย โดยเฉพาะพวกเนื้อสัตว์ เช่น สับละเอียด ต้มเปื่อย หรือปรุงให้มีลักษณะค่อนข้างเหลว

ปรุงรสชาติของอาหารตามความชอบของแต่ละคน เช่น หวานขึ้นเล็กน้อย หรือจืดลง หรือไม่ควรเค็มมาก
จัดแต่งอาหารโดยใช้พืชผักที่มีสีสันสวยงาม และเสิร์ฟอาหารที่เพิ่งทำมาใหม่ ๆ ร้อน ๆ จะช่วยกระตุ้นน้ำย่อย และน่ากินกว่าอาหารที่เย็นแล้ว
ให้บริโภคอาหารมื้อหนักตอนกลางวัน หรือบ่าย แทนการบริโภคอาหารหนักมื้อเย็น เพราะจะช่วยให้หลับได้สบายขึ้น
หลีกเลี่ยงการบริโภคเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ เพราะจำทำให้นอนไม่หลับตอนกลางคืน (กองโภชนาการ, 2538)
ตาราง ปริมาณอาหารที่แนะนำให้บริโภคใน 1 วันสำหรับผู้สูงอายุ
ชนิดของอาหาร

ปริมาณต่อวัน

ข้อเสนอแนะ

เนื้อสัตว์ ไก่ หมู เนื้อ

นม

ไข่

120-160 กรัม

250 มล.

1 ฟอง

= 1 แก้ว

3-4 ฟอง/สัปดาห์

ข้าว แป้ง เผือก มัน

3-4 ถ้วย

ข้าวสุก มื้อละ 2 ทัพพี

ผักใบเขียว สด/ต้ม

ผักสีเหลือง

1ถ้วย

½ ครั้ง

ตำลึง คะน้า ผักบุ้ง ฯลฯ

ฟักทอง มะเขือเทศ แครอท

ผลไม้สุก

1-2 ครั้ง

งดผลไม้รสหวานจัด เช่นทุเรียน ขนุน ลำไย องุ่น ฯลฯ โดยเฉพาะคนอ้วน

ไขมัน น้ำมันพืช

2ช้อนโต๊ะ

งดน้ำมันสัตว์ เนย